ช้อปปิ้ง กองทุน SSF ให้เต็มสิทธิลดหย่อนภาษี ฉนวนปกป้องขาดทุน
ใครกำลังวางแผนการเงินช่วงปลายปีแบบนี้ การลงทุนกองทุนรวม SSF (Super Saving Fund) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะได้ทั้งเก็บออมและลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเป็นฉนวนปกป้องจากภาวะขาดทุนได้อีกทางหนึ่ง
สิทธิการซื้อกองทุน SSF เพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมีเกณฑ์ คือ
- ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้และไม่เกิน 200,000 บาทและต้องไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ เช่น กองทุน RMF / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ / กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน / กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
รวมถึง
- ไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องกันทุกปี และไม่กำหนดจำนวนขั้นตํ่าในการซื้อต่อปี
- ไม่จำเป็นต้องซื้อกองเดิมทุกปี และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปซื้อกองใหม่ทุกปี
ส่วนเงื่อนไขในการถือครอง SSF เพื่อสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ต้องถือครองกองทุน SSF 10 ปี นับจากวันที่ซื้อแบบวันชนวัน จึงจะสามารถขายคืนได้
- กองทุน SSF สามารถสับเปลี่ยนได้ กับกองทุนประเภท SSF เหมือนกัน
- การสับเปลี่ยนกองทุน ไม่นับเป็นการซื้อใหม่
กองทุน SSF เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีเงินได้ และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
- สนใจการลงทุนในกองทุนรวม และรับความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่กองทุนนำเงินไปลงทุนได้
- ผู้ที่จะยังไม่ใช้เงินจำนวนนี้ในระยะเวลา 10 ปี ด้วยระยะเวลาถือครอง 10 ปี ทำให้เหมาะกับผู้ที่สามารถลงทุนระยะยาวได้โดยไม่ขาดสภาพคล่อง
- ผู้มีเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี อยู่ในฐานภาษีที่สูง เพราะในจำนวนเงินลงทุนที่เท่ากัน ผู้ซื้อจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี (เงินคืนภาษี) ที่สูงกว่า จึงอาจกล่าวได้ว่าคุ้มกว่า เช่น นาย A มีช่วงเงินได้สุทธิที่ต้องจ่ายภาษี อยู่ในเพดานฐานภาษี 35% หากนาย A ลงทุนในกองทุน SSF 100,000 บาท นาย A จะประหยัดภาษีได้ 35,000 บาท ในขณะที่นาย B มีช่วงเงินได้สุทธิที่ต้องจ่ายภาษี อยู่ในเพดานฐานภาษี 15% หากนาย B ลงทุนในกองทุน SSF 100,000 บาท นาย B จะประหยัดภาษีได้ 15,000 บาท
อย่างไรก็ตาม กองทุน SSF ลงทุนได้ในหลักทรัพย์ทุกประเภท เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ กองทุนรวมผสม เป็นต้น เมื่อมีให้เลือกมากกว่าจึงเกิดคำถามที่ว่า แล้วปีที่ตลาดผันผวนแบบนี้ควรเลือกลงทุน SSF กองไหนดี คำตอบ คือ ไม่มีใครตอบได้ว่ากองทุนไหนจะทำกำไรได้สูงสุดในอนาคต แต่มีคำแนะนำเบื้องต้น คือ
ลงทุนในกองทุน SSF ที่สามารถรับความเสี่ยงได้ เป็นกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่เข้าใจ รวมถึงโอกาสเติบโตและความเสี่ยง เช่น กองทุน SSF ที่ลงทุนในตราสารหนี้ จะเสี่ยงน้อยกว่ากองที่ลงทุนในหุ้น เป็นต้น
กระจายความเสี่ยงในการลงทุน เช่น กระจายการซื้อกองทุน SSF มากกว่า 1 กอง โดยแต่ละกองให้เลือกกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนที่แตกต่างกันหรือลงทุนในกลุ่มประเทศที่ต่างภูมิภาคกัน
ข้อควรระวัง คือ การซื้อกองทุน SSF SET50 ต่าง บลจ. กัน หรือการซื้อกองทุน SSF ต่าง บลจ. แต่นำเงินไปซื้อสินทรัพย์ในกองทุนแม่ในต่างประเทศกองเดียวกัน แบบนั้นไม่ได้เป็นการกระจายความเสี่ยงด้านสินทรัพย์ลงทุน ต้องระมัดระวัง
ลงทุน SSF แบบสม่ำเสมอ เช่น ลงทุนทุกเดือน ทุกไตรมาส หรือทุกปีในรูปแบบ DCA เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนและกระจายความเสี่ยงด้านการจับจังหวะลงทุน
ซื้อเมื่อไหร่ดี ?
สาย DCA (ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน) หากถนัดลงทุนกองทุน SSF แบบสม่ำเสมอทุกเดือน ก็ต้องใช้รูปแบบ DCA ซึ่งเหมาะกับผู้ที่วางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี และรู้ว่าต้องซื้อกองทุน SSF ทั้งหมดเท่าไรในปีนั้น
สายตุน เป็นการลงทุน SSF แบบซื้อตุน เช่น เมื่อได้โบนัสช่วงต้นปีก็แบ่งเงินสักก้อนมาลงทุนกองทุน SSF ตุนไว้ก่อน เมื่อในระหว่างปีนั้นหากเห็นว่าภาวะตลาดปรับลดลงก็ค่อยเข้าลงทุนในจังหวะขาลง ราคาซื้อก็จะลดลงด้วย
สายถัว เป็นการลงทุน SSF แบบรอซื้อถัว ด้วยการรอจังหวะตลาดปรับลดลงแล้วเข้าซื้อถัวไปเรื่อย ๆ แต่จะไม่มีการวางแผนแบ่งซื้อด้วยเงินจำนวนเท่า ๆ กัน เหมือนรูปแบบ DCA แต่จะขึ้นอยู่กับโอกาสการลงทุนในปีนั้น ๆ
สายเปย์ปลายปี เป็นวิธีการลงทุน SSF ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นปีแบบครั้งเดียว ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการรอรายได้ในรูปแบบอื่น ๆ มารวมกับรายได้ประจำเพื่อคำนวณรายได้รวมทั้งปีให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการซื้อเกินสิทธิลดหย่อนภาษี
ไม่ว่าจะถนัดลงทุนสายไหน หากยังไม่ได้ลงทุนหรือลงทุนไปบ้างแล้ว อาจพิจารณาลงทุนกองทุน SSF ให้เต็มสิทธิด้วยเหตุผลที่ว่าเงินคืนจากสิทธิลดหย่อนภาษี เป็นเหมือนฉนวนปกป้องจากภาวะขาดทุนได้ในระดับหนึ่ง เพราะเงินคืนภาษีถือเป็นกำไรก้อนแรกจากการลงทุน SSF
หากกองทุนที่ลงทุนมีมูลค่าปรับลดลงต่ำกว่าฐานภาษี ก็ถือเป็นเสมือนการขาดทุนกำไร หมายความว่า ฐานภาษีสูงฉนวนก็หนา ฐานภาษีต่ำกว่าฉนวนก็บางหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีฉนวนเลย
หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB